fbpx

ยำกลีบกุพชกะ – ตำนาน “ดอกกุหลาบ” กับ เรื่องรัก 14 กุมภาพันธ์ แบบไทย ๆ

จัดทำโดย หนุมาน, ขุนวิเสทเลือดเย็น, ฐาปกร เลิศวิริยะวิทย์ (เชฟกร)
Rose-petal-salad ; ยำกลีบกุพชกะ

ตำนาน”ดอกกุหลาบ” กับ เรื่องรัก 14 กุมภาพันธ์ แบบไทย ๆ
“ยำกลีบกุพชกะ”

เช้านี้ข้าพเจ้าตื่นสายเหลือประมาณ เพราะเมื่อคืนต้องเร่งทำขนมตามที่มีคนมาสั่งเอาไว้อยู่จนเกือบสว่าง พอลงมาจากชั้นบน… แว่วเสียงเพลงรักสมัยข้าพเจ้ายังหนุ่มลอยมา นานมากแล้วที่ไม่ได้ยิน..
Roses are red..” ก็ตั้งแต่ข้าพเจ้าจบชีวิตโสดลงนั่นแหละ !!!

ต้นเสียงเพลงมาจากแม่ลูกสาวคนสุดท้องของข้าพเจ้านี่เอง เธอจะบรรลุวุฒิภาวะในปีนี้แล้วนี่ ยังไม่เห็นวี่แว่วว่าเธอจะคบเพื่อนชายคนไหนที่จะพามาให้รู้จักสักคน เธอนั่งหน้าเครื่องเล่นเทปคาสเส็ทรุ่นเก่าพร้อมกองตลับเทปข้างหน้า 3-4 ตลับ หนังสือเก่าอีก 2 เล่ม วางอยู่ตรงหน้า กับแจกันโบราณอันใหญ่ใส่ดอกกุหลาบแดงช่อเบ้อเริ่ม…

“หนูเห็นมันในกล่องที่ห้องเก็บของน่ะค่ะ เลยลองเอามาเปิดฟังดู เพราะดีนะคะป๋า..” เธอเปิดฉาก ทันทีที่เห็นข้าพเจ้า เสียงเพลงยังแว่วเบา ๆ ขณะที่เธอค่อยหรี่เสียงลง

“Roses are red, my love. Violets are blue. Sugar is sweet, my love. But not as sweet as you.”

Bobby Vinton — Roses Are Red (My Love)

” ก็ตั้งแต่ป๋าจีบแม่แกใหม่ ๆ ล่ะมั้งนั่น..หึหึ ” ข้าพเจ้าขำเล็กๆ
” แล้วมานั่งทำอะไรอยู่ล่ะเนี่ย...” ย้อนถามโดยพลัน
” อ้าว! นั่นหนังสือ “มัทนพาธา” ของป๋านี่ลูก..เอามาทำไม ลูกอ่านรึ?”

“ค่ะ..จะหาข้อมูลวันแห่งความรักของไทยน่ะค่ะ แต่อ่านไม่เข้าใจทั้งหมดหรอกค่ะ ก็เล่นแต่งเป็นบทกวีทั้งหมดนี่คะ คำพูด โต้ตอบก็เป็นคำฉันท์ อ่านยากจัง…ป๋าสรุปคร่าว ๆ ให้หนูเข้าใจหน่อยสิคะ..”

“ได้สิลูก จะสรุปเรื่องให้ แต่รายละเอียด ลูกต้องทำความเข้าใจเองนะ อยู่มหาวิทยาลัยแล้ว ต้องค้นคว้าเองให้เป็น..” อดไม่ได้ที่จะแทรกการสอนลูก แล้วว่า…

Rose-petal-salad ; ยำกลีบกุพชกะ

“มัทนะพาธา” เป็นบทพระราชยิพนธ์ ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ พระองค์พระราชนิพนธ์ไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๖ ก่อนสิ้นพระชนม์ไม่นาน มี 6 องก์ แบ่งเป็น 2 ภาค ภาคสวรรค์ และ ภาคโลกมนุษย์ โดยทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่ เป็นตำนานเรื่องกำเนิดของดอกกุหลาบ หรือ “กุพชกะ” ว่าด้วยความรัก ของเทพธิดานามว่า “ม้ทนา” ที่มี “สุเทษณ์เทวบุตร” มาหลงรักและใช้อำนาจพิเศษสะกดให้นางมาหาถึงวิมาน เพื่อขอความรักจากเธอ นางต้องมนตร์สะกด และไม่ได้สติ จึงไม่รู้เรื่องราวอะไร เลยถูกสาปให้ลงมายังเมืองมนุษย์ ให้กลายเป็นดอกกุหลาบ กลางป่า และจะสามารถกลับคืนร่างมนุษย์ได้ แค่สัปดาห์ละ 1 วัน 1 คืน เท่านั้น จนกว่านางจะขอโทษ หรือ รับรักจากสุเทษณ์เทวบุตรนั้น จึงจะพ้นคำสาป แต่นางกลับได้พบกับกษัตริย์หนุ่มผู้หนึ่งนาม “ท้าวชัยเสน” ที่เสด็จมาประพาสป่า เมื่อเจอกัรต่างก็เกิดจิตปฏิพัทธ์ และเกิดความรักต่อกัน กษัตริย์องค์นี้กลับมีมเหสีอยู่แล้ว จึงทำให้นางมัทนาต้องผจญกับความอิจฉาริษยาจากพระมเหสี ถูกกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย ความรักของทั้งสอง จึงมีอุปสรรคไม่ราบรื่น ครั้นเทพบุตรมาพบ ถามขอความรักจากมัทนา นางก็มิอาจมีใจให้เทพบุตรนั้นได้ เทพบุตรจึงสาปให้นางเป็น “ดอกกุพชกะ” หรือ ดอกกุหลาบตลอดไป..

this content is lockedเนื้อหานี้ถูกล็อค

สมัครสมาชิก เพื่ออ่านเพิ่มเติม. ลืมรหัสผ่าน? 

Incorrect username or password.

New account

Incorrect username or password.

“บทพระราชนิพนธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความรัก” ไม่ใช่สิ่งที่หวานหอม ตลอดเวลาหรอกลูก ต้องมีอุปสรรค ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีทุกข์ และ ทุกคนที่มีรัก ก็ใช่จะสมหวัง ความรักราบรื่นไปเสียทุกราย อย่างในบทละคร…”

romance-of-rose-cover

อันนี้ไงลูก คนเลยนำดอกกุหลาบ มาเป็นสัญญลักษณ์ของความรัก… เขาว่ากันว่า ถ้าผู้ใดอยากเสี่ยงทายว่ารักจะสมหวังหรือไม่ ก็ให้นำกุหลาบมาดอกหนึ่งพร้อมตั้งจิตอธิษฐาน แล้วค่อยปลิดกลีบกุหลาบทีละกลีบ เริ่มนับสลับไปเรื่อยว่า รัก ไม่รัก ๆๆๆ จนถึงกลีบสุดท้ายนั่นล่ะ คือคำตอบ ถ้าไม่สมหวัง ก็ให้รีบไปวัด ไหว้พระด้วยกุหลาบแดง เพื่อให้ร้ายกลัยกลายเป็นดี..

ข้าพเจ้าตั้งใจเย้าลูกสาวเล่นด้วยความสนุกระคนด้วยความเอื้อเอ็นดู เพราะข้าพเจ้าใกล้ชิดลูกและเล่นกันเหมือนเพื่อนมาโดยตลอด เรื่องปลิดกลีบกุหลาบทำนายรัก จึงเป็นเรื่องที่ข้าพเจ้าเอามา “อำ” ลูกเล่นสนุก ๆ

“คราวนี้คงอ่านได้เข้าใจขึ้นล่ะมั้ง ป๋าเชื่อว่าลูกทำได้…”
“เดี๋ยวป๋าไปดูขนมก่อนนะลูก จะต้องรีบเอาไปส่งเขาด้วย..”
ว่าพลางรีบรุดไปตรวจดูขนมไทยรูปดอกกุหลาบหลากชนิดหลายสิบกล่องวางที่โต๊ะในครัวเพื่อดูความเรียบร้อยอีกที จะได้ขับรถไปส่งของ คืนนี้คงได้พาครอบครัวออกไปกินข้าวฉลองวันแต่งงานและวันแห่งความรัก พร้อมวันเกิดแม่ลูกสาวคนนี้ ที่ช่างมาตรงกันโดยบังเอิญ

พอออกมาอีกที… อ้าว! แม่ตัวยุ่งหายไปไหนเสียแล้ว กองเทปคาสเส็ท หนังสือ และเสียงเพลงที่วนไปจนครบรอบกลับมายังคงดังเบา ๆ ออกมาจากเครื่องเล่น
แต่… มีกลีบกุหลาบกองใหญ่วางเพิ่ม และสังเกตเห็นกุหลาบในแจกันพร่องตาไปเยอะเลย !!!

ข้าพเจ้าเหลือบไปเห็น กระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งวางอยู่ พร้อมลายมือตัวอักษรขยุกขยิกแต่เป็นระเบียบ เขียนว่า.. ” ป๋าคะ หนูออกไปวัดทำธุระสักครู่นะคะ ลืมถามป๋าว่า.. แล้วกุหลาบที่ปลิดไว้จะทำยังไง ต้องแก้เคล็ดไหม ถ้าผลทายไม่ได้ดั่งใจ “
ข้าพเจ้าอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ว่าแล้วก็จรดปากกา เขียนตอบไปว่า

กินเลยลูก !!! เดี๋ยวป๋าจะ”ยำกลีบกุพชกะ” ให้ชิม…

ระหว่างขับรถออกไปส่งขนม ข้าพเจ้าพลันหวนคิดถึงดอกกุหลาบที่มีในตำรับอาหารไทย แน่นอนว่า ส่วนใหญ่คนไทยจะใช้ดอกกุหลาบ แต่งกลิ่นอาหารโดยเฉพาะขนม ซึ่งมักจะใช้กุหลาบมอญทั้งสีชมพูและสีแดงที่นิยมว่ามีกลิ่นหอม ปลิดเอาเฉพาะกลีบมาทำ โดยจะใช้กลีบมาลอยน้ำดอกไม้ เพื่อนำไปทำน้ำเชื่อมหรือคั้นกะทิ แล้วค่อยไปปรุงเป็นขนมไทยแทบทุกชนิดอีกที หรือไม่ก็ใช้อบร่ำขนมไทยแบบแห้ง ในขวดโหล เพื่อแต่งกลิ่นหอมแก่ขนมโดยตรง นอกจากนี้… ยังสามารถนำกลีบมาชุบแป้งทอด รวมกับไม้ไทยอื่น ๆ อีกหลายชนิด มีที่ใช้ดอกหรือใบ ถือว่าเป็นตำรับอาหารอีกอย่างหนึ่ง รับประทานกับน้ำจิ้มเป็นของว่างได้ หรือใช้เป็นเครื่องแนมในตำรับขนมจีนน้ำพริกที่เป็นอาหารคาวได้

romance-of-rose-stamp

ข้าพเจ้ายังเคยใช้กลีบกุหลาบมาทำ “แยม” เลย โดยใช้กลีบกุหลาบมอญกวนกับสตรอเบอร์รี่ หรือฝรั่งสุก ใส่น้ำตาลทราย เพื่อให้มีเพคตินทำให้แยมข้นเหนียว ใช้จิ้มขนมทองพลุแบบโบราณ นอกเหนือจากใช้ทากับขนมปัง หรือทำพวกเบเกอร์รี่แบบสมัยใหม่ และเท่าที่ทราบ ขณะนี้ “โครงการหลวงดอยคำ” ซึ่งเป็นโครงการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์แยมกลีบกุหลาบออกมาจำหน่ายแล้วเช่นกัน

เมื่อคิดถึงอาหารคาวในตำรับไทย เคยอ่านตำราอาหารของอดีตเจ้าเมืองนครราชสีมา พบว่า มีการนำเอากลีบกุหลาบมายำ เรียก “ยำกุหลาบ” ข้าพเจ้าจะขอเรียกใหม่เป็น “ยำกุพชกะ” นำชื่อมาจากวรรณคดีเรื่อง “มัทนพาธา” ตำนานกำเนิดดอกกุหลาบของไทย ซึ่งก็แปลว่าดอกกุหลาบ นั่นเอง โดยยำกุหลาบนี้ จะใช้กลีบดอกกุหลาบ ล้างสะอาด นำมายำเข้าเครื่องกับเนื้อสัตว์อย่างหมู กุ้ง ไก่ ปรุงรสด้วย พริก น้ำปลา น้ำตาล มะนาว และผักชนิดอื่นอีก ถือเป็นอาหารจานก่อนอาหารหลัก (Starter dish) เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนอาหารชุดใหญ่จะตามมา ซึ่งจะได้นำสูตรและวิธีทำมาลงไว้ให้ได้ชมกันในช่วงท้าย

Rose-petal-salad ; ยำกลีบกุพชกะ

วันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์นี้ ข้าพเจ้าเปลี่ยนความคิดใหม่แล้ว แทนที่จะพาครอบครัวไปฉลองข้างนอก เปลี่ยนมาฉลองที่บ้านดีกว่า จะลงปรุงอาหารคาวหวานจากดอกกุหลาบหลาย ๆ ตำรับให้เป็นธีม (theme) ดูท่าคงจะมีเรื่องเล่า จากดอกกุหลาบแดงช่อนั้นของแม่ลูกสาวข้าพเจ้าในโต๊ะอาหารเป็นแน่แท้… คิดแล้วก็ขับรถไป ฮัมเพลงไป เบา ๆ

“Roses are red, my love. Violets are blue. Sugar is sweet, my love. But not as sweet as you.”

Rose Petals Salad (ยำกลีบกุพชกะ ; yam gleep goop cha ga)
Hanuman and Chef Thapakorn Lertviriyavit (Gorn)
A rare perfumed and colorful starter [salad] dish that was adapted from a recipe by a former governor of Nakhon Ratchasima (พระยานครราชเสนี – สหัด สิงหเสนี). This salad is made from rose petals mixed with pork belly, chicken and shrimp, seasoned with chilies, fish sauce, lime juice, palm sugar, and mixed with roasted peanuts, deep-fried shallots and deep-fried-garlic.
5 from 1 vote
Prep Time 15 mins
Cook Time 15 mins
Total Time 30 mins
Course Salad
Cuisine Thai
Servings 5

Ingredients
  

  • 2 cups Damask Rose Petals
  • 1/3 cup chicken breast (อกไก่) cooked and shredded
  • 1/2 cup shrimp (กุ้ง) cleaned, cooked and cut into halves
  • 1/2 cup pork belly (เนื้อหมูสามชั้น) cooked and cut into bite-size pieces
  • 1/2 cup unsalted roasted shelled peanuts (ถั่วลิสงคั่ว)
  • 1 cup crispy fried shallots (หอมแดงเจียว)
  • 1 cup crispy fried garlic (กระเทียมเจียว)
  • 1 cup coriander leaves (ใบผักชี)
  • 3 Tablespoons fresh red long chili (phrik chee fa) (พริกชี้ฟ้าแดง) cut into julienne

Dressing

  • 1/2 cup fish sauce (น้ำปลา) + 2 tablespoons
  • 1/2 cup lime juice (น้ำมะนาว)
  • 2 tablespoons palm sugar (น้ำตาลมะพร้าว)

Instructions
 

  • Select Damask roses of various colors.
  • Pick off the rose petals.
  • Place them in a bowl of cold water, to keep them fresh and crispy.
  • Cook the pork belly in water, you may add a pandan leaf to add another dimension of fragrance, and then when the pork cooled down, slice it into bite-size pieces.
  • Cook the chicken breast, and shred it to thin threads.
  • Cook the shrimp, peel and cut them into halves.
  • Roast the peanuts over low heat.
  • With a sharp knife, slice the peanuts into thin pieces.
  • Cut the fresh long red chilies into thin juliennes.
  • Deep fry the shallots and garlic until golden and crispy.
  • Place all the ingredients in a mixing bowl, add the salad dressing.
  • Mix everything together.
  • Plate and serve.
Tried this recipe?We’d love to see it – tag it #THAIFOODMASTER on Instagram! Please leave a comment to let us know how it was!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

Previous:

Next:

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x
Get a Free copy of my eBook "49 Classic Thai Stir Fry Dishes"

Subscribe to our newsletter that will keep you up to date with stories and events taking place at Thaifoodmaster!